อารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ

 

 

 

อารยธรรมอินเดียกำเนิดขึ้นบริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดียโบราณ ปัจจุบันอยู่ในประเทศปากีสถาน บริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำกว้างใหญ่ที่มีแม่น้ำสินธุและแม่น้ำสาขาเป็นจำนวนมากไหลผ่าน ทำให้ดินแดนนี้มีความอุดมสมบูรณ์นอกจากนี้บริเวณที่ตั้งของลุ่มแม่น้ำสินธุสามารถติดต่อกับดินแดนเมโสโปเตเมียดินแดนที่เป็นแหล่งอารยธรรมโลกอีกแห่งหนึ่ง สภาพภูมิประเทศดังกล่าวทำให้ลุ่มแม่น้ำสินธุเป็นแหล่งกำเนิ ดของอารยธรรมอินเดียโบราณที่เจริญรุ่งเรืองเมื่อประมาณ 2,500 ปีก่อนคริสต์ศักราชนักโบราณคดี เรียกชื่ออารยธรรมที่ขุดค้นพบตามชื่อเมืองที่เป็นที่ตั้งของซากเมืองโบราณคือ เมืองฮารัปปา (Harappa) นอกจากเมืองฮารัปปาแล้ว นักโบราณคดียังขุดพบซากเมืองโบราณอีกแห่งคือ เมืองโมเฮนโจ-ดาโร (Mohenjo-Daro)การพบซากเมืองโบราณฮารัปปาและเมืองโมเฮนโจ-ดาโร แสดงให้เห็นว่าเป็นเมืองขนาดใหญ่มีอาคารบ้านเรือนก่อด้วยอิฐและดินเผา มีสถานที่ประกอบพิธี กรรมทางศาสนา มีป้อมปราการที่เด่นชัดคือ มีการวางผังเมืองอย่างเป็นระเบียบ ด้วยการแยกพื้นที่ใช้งานออกจากกันอย่างชัดเจน เช่น อาคารบ้านเรือน ศาสนสถาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าทุกบ้านจะมี ห้องน้ำและท่อระบายน้ำเสี ยไปสู่ท่อระบายน้ำสร้างด้วยอิฐที่ฝังอยู่ใต้ถนน แสดงให้เห็นถึงการจัดระบบ
สุขาภิบาลที่ดีประชากรพื้นเมื องดั้งเดิ มเชื่อว่าเป็ นชนเผ่าทราวิ ท หรื อเรี ยกอี กอย่างหนึ่งว่า ดราวิ เดี ยนโดยประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรปลูกข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวเจ้า และฝ้าย นอกจากนั้นก็มีผู้ประกอบอาชีพทางด้านการผลิตสินค้าและการค้าขาย ช่างฝีมือผลิตเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับจากโลหะ เช่น ทองแดง เงิน ทอง และโลหะผสม เช่น สำริด และใช้เปลือกหอยและงาช้างมาเป็นวัสดุประกอบเครื่องประดับด้วย นอกจากนั้นก็มี การผลิตเครื่องปั้นดินเผาและผ้าฝ้ายสำหรับขาย โดยนักโบราณคดีได้พบตราปิดหีบห่อสินค้าจากฮารัปปาในดินแดนเมโสโปเตเมีย ซึ่งบ่งชี้ว่าชาวฮารัปปาได้ผลิตสินค้าเพื่อการค้าและมี การค้ากับต่างแดน แต่เนื่องจากนักโบราณคดี ไม่พบบั นทึกหรือหลักฐานที่เป็นตัวอักษรในซากโบราณคดี ของอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ จึงทำให้เราไม่มีความรู้มากนักเกี่ยวกับอารยธรรมโบราณแห่งนี้ อารยธรรมลุ่มน้ำสินธุเจริญรุ่งเรืองอยู่ราวหนึ่งพันปีก็เสื่อมลง ประมาณ1,500 ปีก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งนักประวัติศาสตร์คาดเดาว่าชาวลุ่มแม่น้ำสินธุอาจพบกับภัยธรรมชาติที่ร้ายแรง เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เนื่องจากพบร่องรอยน้ำท่วมส่วนที่เมืองโมเฮนโจดา-โร ก็พบว่าประชากรของเมืองนี้อาจจบชีวิตลงด้วยความรุนแรง ซึ่งหมายความว่าอาจถูกผู้รุกรานเข่นฆ่าและทำลายเมือง

536394-topic-ix-53 images (2)
ซากเมืองโบราณโมโฮนโจ-ดาโรและฮารัปปา มีอายุประมาณ 2,500-1,500 ปีก่อนศริสต์ศักราช

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s